เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
.
.
.
.
 
 
จดหมายจาก ลิซถึงท่านอา
นำส่งโดย พิราบสื่อสารไม่ทราบชื่อจากสถานีบริการนกพิราบไปรษณีย์แห่งกาเรีย


---------------------------------------------------


วันที่ xx-yy-zz

ถึงท่านอา

    สวัสดีครับท่านอา แฟนซีสบายดีไหมครับ ข้าไม่ถามท่านเพราะท่านคงสบายดีสินะครับ ไม่งั้นเจ้านีออนนกตัวโปรดของท่านคงไม่มานั่งตาแป๋วรอข้าอยู่ปากถ้ำพร้อมจดหมายกวนประสาทนั่นหรอก ถ้าท่านเคยเข้ามาที่นี่แล้วก็ช่วยบอกข้าหน่อยมันจะตายหรือครับ ข้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาฝ่าความมืดเข้าไปหลงทางเล่นอยู่เป็นครึ่งวันค่อนคืนแบบนี้

    แต่เอาเถอะครับ ไม่ว่าท่านจะเคยมาที่นี่หรือไม่ ข้าก็ถือเป็นหน้าที่ว่าข้าต้องเล่าเรื่องที่ข้าได้พบเจอมาให้ท่านฟัง เพราะข้าได้สัญญากับท่านไว้แล้ว ข้าจะเล่าตั้งแต่ที่มาที่ไปเลยนะครับ

    ข้าได้ข่าวเรื่องของสิ่งนั้นมาจากร้านขายข่าวเจ้าประจำ(ซึ่งข้าคิดว่าถ้ากลับไปเมื่อไรคงต้องมีเคลียร์กันซักหลายๆหมัด)ของข้าเองครับ หมอนั่นบอกว่ามีของสิ่งนั้นชิ้นหนึ่งอยู่ในเหมืองเก่าแก่ของกาเรีย ข้าเช็คข่าวจากหลายที่ดูแล้วเหมือนกัน และค้นพบว่ามันมีความเป็นไปได้อยู่ข้าจึงออกเดินทาง

    หลังจากแวะตามหาท่านและซื้อของจำเป็นเล็กน้อยในกาเรียแล้ว(ป้าร้านขายแอปเปิ้ลกลางตลาดใจดีมากครับ นางยกยันต์กันผีเก่าแก่ของนางให้ข้าด้วย เห็นนางบอกว่าแถวนั้นมีผีเฮี้ยนอยู่) ข้าก็เดินทางต่อเข้าไปในป่าแถบเหมืองแร่เก่า
 
   ข้าแอบสงสัยนิดหน่อยว่าข้าไปผิดเหมืองรึเปล่า เพราะแถวนั้นดูเหมือนจะเคยเป็นแหล่งขุดพลอยขนาดใหญ่มาก่อน และมีซากเหมืองเยอะมาก แต่มีชาวบ้านใจดีที่ข้าแยกไม่ออกว่าเป็นผู้หญิงรึผู้ชายยืนยันหนักแน่นว่าข้าไปถูกทางแล้ว และบอกทางเพิ่มเติมจนข้าไปถึงถ้ำแห่งหนึ่งที่ดูจะให้ความรู้สึกตรงกับคำว่าเหมืองร้างมากอยู่ ที่นั่นข้าส่งแฟนซีไปหาท่านก่อนเพื่อความปลอดภัยของมันเองแล้วจึงมุดเข้าไปในถ้ำมืดๆนั่น

    เมื่อข้าเดินเข้าไปจนถึงจุดที่แสงสว่างภายนอกสาดเข้ามาไม่ถึง ข้าก็พบหลักฐานชิ้นแรกที่ยืนยันว่าข้ามาถึงเหมืองแล้ว มันเป็นรถเข็นดินเก่าๆคันหนึ่ง ซึ่งพอเพ่งสายตาดูดีๆแล้ว รอบๆตัวข้าในขณะนั้นล้วนกระจัดกระจายไปด้วยอุปกรณ์ทำเหมืองจำนวนมาก มีร่องรอยของรอยเท้าจำนวนหนึ่งอยู่ปรากฎรวมอยู่ในนั้นด้วย
 
     และเมื่อพิจารณาดูชัดๆข้าก็สังเกตเห็นได้ว่ามันมีทั้งรอยเท้าเก่าและใหม่ปนๆกันอยู่ รอยเท้าบางรอยก็เห็นได้ชัดว่าเป็นของเด็ก อีกทั้งบางรอยข้าก็ไม่สามารถเดาได้จริงๆว่าเป็นของคนหรือสัตว์กันแน่ มีคนเข้ามาที่นี่ก่อนข้า ข้าสรุปให้ตัวเองเช่นนั้น

    ท่านอาครับ และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ข้าพบคบไฟอันหนึ่งติดอยู่บนผนังถ้ำในอีกสองโค้งต่อมา มันทำให้ข้าแสบตานิดหน่อยด้วยความสว่างที่ข้าไม่ได้พบมาในชั่วเวลายาวๆชั่วหนึ่ง ข้านึกสงสัยตัวเองนิดหน่อยว่าทำไมข้าถึงไม่จุดไฟให้ตัวเองเห็นทางชัดๆตั้งแต่แรกเข้าถ้ำ(ซึ่งข้าค้นพบภายหลังว่าเหตุที่ว่านั่นคือความขี้เกียจ) แสงจากคบของใครสักคนนั่นแสดงให้ข้าเห็นว่าถ้ำตรงหน้าข้านั้นถูกแยกออกเป็นสองทาง

    ข้านิ่งพิจารณาทางทั้งสองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลือกเดินไปสู่ทางที่มืดมิดกว่า โดยส่วนตัวแล้วข้าไม่ค่อยชอบไปในทางที่รู้แน่ๆว่ามีคนเข้าไปก่อนนักหรอกครับ เพราะต่อให้มีสมบัติอยู่จริง มันก็มีความเสี่ยงสูงมากที่ข้าจะเจอเพียงหีบเปล่าๆและกุญแจพังๆสักชุด
 
     ข้าทนไม่ได้จริงๆครับที่จะเห็นกุญแจที่สร้างขึ้นมาอย่างปราณีตพวกนั้นถูกไขออกด้วยวิธีอันไร้ศิลปะบางอย่างที่ข้าเรียกอย่างเหมารวมว่าการพังกุญแจ....พอนึกถึงเรื่องกุญแจขึ้นมาข้าก็โมโหนิดหน่อย ข้าจึงหยิบคบไฟที่ติดอยู่ข้างฝานั้นติดมือไปด้วยเสียเลย สมน้ำหน้าใครก็ตามที่อยู่ในทางอีกทางนั่น อย่างน้อยขากลับหมอนั่นก็ต้องเดินกลับในทางมืดๆล่ะ

    ข้าเลือกเดินไปในทางที่มีโอกาสเจอคนน้อยกว่า แต่เค้าลางว่าเคยมีคนผ่านมาก่อนหน้าข้านั้นยังไม่หายไป ข้าเพิ่มความระมัดระวังให้ตัวเอง ประมาณสี่สิบห้าสิบก้าวต่อมา ข้าก็เจอทางแยกอีกครั้ง แต่มันเป็นทางแยกที่เลือกได้ไม่ยากเท่าไรเพราะทางหนึ่งนั้นโดนหินถล่มทับไปเรียบร้อยแล้ว  ข้าไปทางที่ไปได้โดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย เพราะข้าแอบสังเกตเห็นผ้าแดงๆคล้ายยันต์อะไรสักอย่างแปะทับอยู่บนหินสองสามก้อนในกองหินนั่น
 
     ท่านอาครับข้าไม่กลัวสิ่งลี้ลับก็จริง แต่ข้าเห็นควรว่าการรบกวนผู้หลับไหลโดยไร้เหตุอันควรนั้นไม่ใช่สิ่งที่ดีเท่าไรนัก ดังนั้นเมื่อเลี่ยงได้ ข้าจึงเลี่ยงมันเสีย

    เมื่อเลี้ยวเข้าสู่ทางที่เหลืออยู่ ข้าไม่รู้สึกถึงเค้าลางของใครอีกแล้ว ทางนั้นมืดสนิท อีกทั้งเงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง เหมืองนั้นเก่าแล้วก็จริง แต่ข้ารู้สึกว่ามันยังไม่ถึงกับเรียกได้ว่าร้าง มีรอยขุดเจาะใหม่ๆปรากฎอยู่บ้างนานๆที ลมประหลาดสายหนึ่งพัดเอา คบไฟข้าดับวูบไปตอนประมาณก้าวที่ร้อยสิบสอง ซึ่งตอนนั้นข้าก็เดินมาถึงทางแยกอีกทางพอดี ข้าหยุดปรับสายตาให้เข้ากับความมืดอีกครั้ง ... ก็ได้ๆ อันที่จริงลมนั่นทำข้าตกใจ ข้าเลยหยุดให้ใจตัวเองตัวเองสงบลงก่อน

    ลมนั่นพัดมาจากทางซ้ายครับ ตามประสบการณ์ของข้าเอง(ที่ได้รับจากการกลั่นแกล้งของท่าน) ทางที่ลมสงบในอุโมงใต้ดินนั่นมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะมีก็าซพิษสะสม และเป็นไปได้สูงมากอีกเหมือนกันที่จะเกิดระเบิดขึ้น(อย่านึกว่าข้าไม่รู้ ตอนนั้นท่านใช้ข้าเป็นหนูลองยาใช่ไหม) ดังนั้นข้าจึงเดินตามสายลม

    หลังจากล้มลุกคลุกคลานผ่านเส้นทางที่เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ทางในเหมืองอีกต่อไป ข้าค่อนข้างมั่นใจครับ ว่านอกจากไอ้เหมืองปลอมๆที่ท่านหลอกข้าเข้าไปฝึกวิชา(ที่ข้ายังไม่มีโอกาสใช้)แล้วนั่น มันไม่มีเหมืองที่ไหนมีหลุม มีบ่อ มีหินงอกที่เสียบทะลุคนตายได้ แถมด้วยวัตถุประหลาดหยุ่นๆเมือกๆชวนสยอง เยอะขนาดนี้หรอกครับ ตอนอยู่ในนั้นข้าแอบคิดนะครับว่านี่เป็นแผนของท่านที่หลอกข้ามาทำอะไรอีกรึเปล่า
 
     อันที่จริงตอนที่ข้าเห็นนีออนตรงปากถ้ำ ข้าคิดจริงจังเลยล่ะครับว่าโดนท่านหลอกเข้าอีกแล้ว แต่ในเมื่อท่านยืนยันมาในจดหมายว่าไม่ใช่ ข้าก็จะพยายามเชื่อละกันนะครับ (แม้ข้าจะยังหาเหตุผลไม่ได้ก็ตามว่าท่านรู้ได้ยังไงว่าข้าต้องคิดอย่างนั้น)

    แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ข้าก็หลุดออกมาจากถ้ำชวนสยองนั่นได้แล้วล่ะครับ ขอบคุณที่กรุณาเป็นห่วงข้ามาในจดหมาย ฝากบอกท่านพ่อ ท่านแม่ข้าด้วยว่าข้ายังสบายดีอยู่ และหวังว่าท่านทั้งสองคงจะสบายดีมากๆเช่นกัน

รักเสมอ
หลานท่าน
       

    ปล.คราวหน้าถ้าจะส่งนีออนมาอีกช่วยบอกให้มันรอจดหมายตอบข้าด้วยนะครับ
ค่าพิราบไปรษณีมันแพง
    ปลล.กรุณาส่งแฟนซีกลับมาให้ข้าด้วย ซึ่งข้าหวังจริงๆว่ามันจะกลับมาในสภาพแข็งแรงสมบูรณ์ดี
ขอบคุณที่ช่วยดูแลครับ
 
---------------------------------------------------------
 
สารภาพ ผปค.เผาาาาาาาาาา//โดนถีบ
 
ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้นะครับ
 
ไปทำการบ้านต่อละครับ
 
สวัสดีครับ
 

Comment

Comment:

Tweet

ว่านอกจากไอ้เหมืองปลอมๆที่ท่านหลอกข้าเข้าไปฝึกวิชา(ที่ข้ายังไม่มีโอกาสใช้)แล้วนั่น มันไม่มีเหมืองที่ไหนมีหลุม มีบ่อ มีหินงอกที่เสียบทะลุคนตายได้ แถมด้วยวัตถุประหลาดหยุ่นๆเมือกๆชวนสยอง เยอะขนาดนี้หรอกครับ
^ โธ่วลิซ นี่เจ้าโดนมาเยอะสินะ //ขำตาย
ชอบจดหมายถึงท่านอาของเจ้าจัง  ขำที่เขียนไปบ่นไปนี่จริงๆ

#1 By A.A the wolf on 2012-06-21 11:54